(อีกากินทุเรียน) Summer War [1/2]

Title: Summer War

Pairing: #อีกากินทุเรียน #เอ๊ะทอม

Rate: PG13

Genre: comedy, romance

*เข้าร่วมกิจกรรม Weekly อีกากินทุเรียน #ชากาแฟholic หัวข้อ Dessert: Ice cream

 

Summer War

 

 

 

บรรยากาศร้อนระอุกลางเดือนเมษาฯทำให้เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายบนหน้าผากของเด็กหนุ่ม สองมือถือส้อมพรวนดินขุดลงในกระถางกุหลาบหินแห้งกรัง แสงอาทิตย์ยามบ่ายทำร้ายจนพวงแก้มขึ้นสีแดงจัด หยดเหงื่อไหลจากไรผมย้อยใส่ดวงตาจนต้องถอดแว่นออกมาเช็ดด้วยความแสบ เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า ดวงอาทิตย์ส่องแสงจัดจ้านชนิดที่หากยืนกลางแดดตัวเปล่าสัก 10 นาที เขาอาจได้เปลี่ยนจากชนชาติมองโกลอยด์เป็นนิกรอยด์แทน

 

ร้อนโว้ย!

 

อิศราทิ้งส้อมพรวนสีแสดลงพื้นก่อนเดินหลบใต้ร่มมะยม เปิดกระติกน้ำแล้วจ้วงตักน้ำเย็นดื่มด้วยความกระหาย ประเทศไทยมีอยู่สามฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูร้อนมาก และฤดูร้อนชิ-หายเลยไอ้เหี้-เอ้ย! ชายหนุ่มเป่าลมหายใจออกแรง ยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผากอีกครั้ง หากได้ของกินเล่นเย็นชื่นใจคงจะดีไม่น้อย

 

ฉับพลัน เขาคล้ายได้ยินเสียงรถไอศกรีมวอลล์ พร้อมท่วงทำนองเพลงคุ้นหูดังขึ้นไกลๆ

 

อมแล้วดูด  อมแล้วดูด เอาทิ่มตูดแล้วมาดูดแล้วอม~~

 

อิศราโผล่หน้าออกมาจากรั้ว นัยน์ตาใสเพ่งเห็นรถไอศกรีมสีแดงสดเลี้ยวเข้ามาในซอยไกลๆ เขาเผยยิ้มกว้างอย่างดีใจ สองขารีบวิ่งเข้าบ้าน ซอยเท้าขึ้นบันไดก่อนคว้ากระเป๋าสตางค์ใบเล็กออกมา แล้วรีบวิ่งกลับมาที่หน้าบ้าน แต่ทันทีเขาจะใส่รองเท้าแตะเสร็จ หางตาพลันเห็นรถเครื่องสีแดงสดพร้อมเสียงดนตรีคุ้มหูแล่นผ่านหน้าบ้านไปเร็วดั่งเสือชีตาร์

อมแล้วดูด~~~ อมแล้วดูด~~~

 

อิศราวิ่งออกมา โผล่หน้าตามรถไอศกรีมวอลล์ที่เลี้ยวหายลับไปที่ท้ายซอย..

 

“…”

 

เหงื่อเม็ดหนึ่งไหลจากขมับราวกับตอกย้ำสภาพอากาศอันเลวร้าย เด็กหนุ่มกำกระเป๋าสตางค์ในมือแน่น

 

มันคือสงคราม

 

 

“เหี้ยอะไรเนี่ย..” เด็กหนุ่มได้แต่เอ่ยถามตัวเองอย่างสิ้นหวัง นี่เขาอุตส่าห์ปิดเทอมทั้งที แทนที่จะได้นอนเล่นเกมสบายๆ กลับต้องมาดูแลสวนกุหลาบหินให้แม่ แดดก็ร้อน แถมรถไอติมวอลล์ยังไม่จอดให้อีกเนี่ยนะ

“บัดซ-”

“บัดซบเอ้ย! ไอ้เด็กเวร เอ็งอีกแล้ว!” เสียงตะโกนอย่างกราดเกรี้ยวดังขึ้นจากบ้านฝั่งตรงข้าม อิศราหน้าเหวอ เขาเห็นป้าคนหนึ่งเกาะรั้วพลางเอ่ยถ้อยคำผรุสวาทพร้อมกับชี้นิ้วไปทางที่รถไอติมแล่นหายลับไป “ถ้ารีบ ทำไมเอ็งไม่มาขายตั้งแต่เมื่อวานห๊า! โอ้ย ลืมไปเมื่อวานมันก็มา แต่กูก็ซื้อไม่ทัน!”

เด็กหนุ่มยืนเกาะรั้วตาปริบ ก่อนที่ป้าบ้านตรงข้ามจะหันมาสบสายตากับเขาพอดี

“อ้าว ไอ้หนูจะซื้อไอติมเหมือนกันเรอะ” เธอตะโกนถามมา

          “ครับ แต่ผมมาไม่ทัน พี่เขาไปก่อน”

เสียงร้องโอ้ยจากป้าดังขึ้นอย่างหัวเสีย “ถ้าจะซื้อให้ทันมัน เอ็งคงต้องเป็นเดอะแฟลชแล้วล่ะไอ้หนู มีที่ไหน ขายไอติมแต่บิด 120 ขับผ่านนก นกมันยังงงเลยลูกเอ้ย! พูดแล้วหน้ามืด!”

เขาอดขำกับท่าทีหัวร้อนของอีกฝ่ายไม่ได้จึงหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย เมื่อคนแก่เห็นดังนั้นจึงแสดงท่าทีเป็นมิตรขึ้น หญิงสาวเอ่ย “แปบนะไอ้หนู” ก่อนจะผลุบกลับเข้าไปในตัวบ้านไม่ถึง 2 นาทีแล้วโผล่ออกมาเรียกอิศราให้เดินไปหาที่ริมรั้ว

เด็กหนุ่มวัยมัธยมปลายเดินเก้กังไปหาหญิงวัยกลางคนอย่างประหม่า เธอยื่นของสิ่งหนึ่งให้เขา เด็กหนุ่มรับมาถือ เขาก้มมองนมเย็นในถุงที่โดนฟรีซจนแข็งแล้วยิ้มกว้าง กลิ่นเฮลบลูบอยสีแดงกับนมหอมหวานลอยออกมาทันทีที่เขากัดก้นถุง ทันทีที่รสหวานนุ่มเย็นเจี๊ยบสัมผัสโพรงปากอิศราก็หน้าบานเป็นกระด้ง

“ขอบคุณครับ อร่อยมากเลย”

เจ้าของของหวานที่ทำอย่างง่ายๆยิ้มแก้มปริ “ใช่ไหมละจ้ะ ป้าทำไว้เยอะเลย ก็พอคลายร้อนได้บ้าง เพราะไอ้หนุ่มไอติมวอลล์ก็วิ่งไม่เคยจะทันมัน นอกจากว่าวันไหนมาดักรอถึงจะได้กิน” หญิงวัยกลางคนส่ายหัวอย่างระอา

“พี่เขาขับเร็วแบบนี้ทุกวันหรอฮะ”

“ไอ้หนูพึ่งกลับมาอยู่บ้านตอนปิดเทอมใช่ไหมล่ะ”

อิศราพยักหน้าตอบ เขาพึ่งกลับมาจากโรงเรียนประจำในเมือง ถ้าอยากกินไอศกรีมก็แค่เดินเข้าร้านสะดวกซื้อเท่านั้นเอง

“มิน่าล่ะ ป้าก็ว่าหนุ่มน่ารักที่ไหนมาอยู่บ้านนู้น ที่แท้ไอ้หนูทอมนี่เอง ไม่เจอนานหล่อขึ้นเป็นกองเชียว”

          เขาลูบจมูกแก้เขินกับอาการจีบปากจีบคอพูดแซวของเธอ

“ก็นั่นแหละ ไอ้เอ๊ะมันพึ่งมาขับรถไอติมวอลล์ พึ่งจบ ปวช. ยังไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่งเลยมาหาอาชีพทำไปก่อน เห็นมันบอกอยากขายไอติมตั้งแต่เป็นเด็กตัวเท่าลูกหมาแล้ว โตขึ้นมาก็ดันโตกว่าลูกหมาหน่อยเดียว” เธอพูดแล้วหัวเราะร่วนเมื่อเอ่ยถึงส่วนสูงของไอ้เด็กเวรที่กล่าวถึง

อิศราอมยิ้มขำ

“พอมีโอกาสได้ทำก็เลยทำ แต่อย่าว่างั้นงี้เถอะ ถ้าขี่รถหมาไม่รับประทานแบบนี้ เดี๋ยวจะเจ๊งเข้าสักวัน,โธ่ ไอ้เด็กเวร ใครที่ไหนเขาจะวิ่งถามรถมึงทัน!” เธอระบายอารมณ์โดยฟาดป้าบเข้าต้นข่อยหน้าบ้านจนอิศรนึกเป็นห่วงว่าต้นไม้จะช้ำ

          “ถ้าไม่มีลูกค้าซื้อ ยังงี้ก็แย่สิครับ” อิศราว่าพลางดูดหวานเย็นในมือ

“ใช่ แต่นิสัยเสียมันล่ะ เวลาขึ้นคร่อมรถเครื่องทีไรสันดานเก่ามันกำเริบ”

เด็กหนุ่มเอียงคอ “สันดานอะไรฮะ”

“มันเคยเป็นเด็กแว๊น”

          เขาพยักหน้ารับรู้

สงครามครั้งนี้ช่างใหญ่หลวงนัก

 

 

 

[1/2]


ยังบ่จบเด้อ โปรดติดตาม

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s