[อีกากินทุเรียน] Rainy Night

Title: Rainy Night

Pairing: #อีกากินทุเรียน #เอ๊ะทอม

Rate: PG13

Genre: comedy, fluffy

 

Rainy Night

 

ฝนแรกจากฟ้าสีหม่นหยดลงต้องกระจกแว่นเสียงดังแปะ จากนั้นน้ำฝนโรยตัวถล่มลงสู่พื้นปฐพีราวกับห่ากระสุน อิศราสะดุ้งตัวโหยงจากเปลนอนเมื่อตอนที่หน้าผากขาวเปียกปอนแล้วนั่นแหละ เขาสบถให้กับความขี้เซาของตนก่อนวิ่งโรไปที่ราวตากผ้า กระชากเอาผ้าห่มที่นำมาผึ่งแดดจากราวด้วยความรีบร้อน แต่ชายผ้าเกี่ยวอยู่กับราวเหล็กที่ปริแตก เขายื้อยุดอยู่นานแต่กองทัพน้ำฝนทำให้เขาตัดสินใจยอมแพ้ ปล่อยผ้าห้อยต่องแต่งแล้ววิ่งหลบเข้าตัวบ้าน

“เวรเอ้ย”

อิศราเลื่อนประตูกระจกปิด ลากพรมเช็ดเท้ามาเหยียบ ยืนน้ำหยดติ๋งๆอย่างท้อแท้ เขาถอดเสื้อและกางเกงทิ้งไว้บนพื้นแฉะ สองมือลูบบ๊อกเซอร์และพบว่ามันยังแห้งสนิท

เอาล่ะ อย่างน้อยก็ยังเหลือหนึ่งชิ้นติดตัว

นักร้องหนุ่มมองลอดผนังกระจกไปยังราวตากผ้า เสื้อผ้าเขาแทบจะทั้งตู้พาดตากอยู่บนราวและทั้งหมดเปียกโชก ไม่ต้องพูดถึงผ่าห่มที่ห้อยต่องแต่งอยู่ข้างกัน

เยี่ยม ที่นี้มึงไม่เหลืออะไรแล้วทอม

“อะไรบ้าจี้ให้กูขนเสื้อผ้าไปซักหมดตู้วันนี้วะเนี่ย!” เขายีผมเปียกชื้นของตนเอง มองเสื้อผ้าตาละห้อยก่อนรูดม่านปิด เดินไปตู้เสื้อผ้าอย่างหัวเสีย ลิ้นชักถูกดึงเปิดออก อิศราคว้าถุงเท้าออกมาอย่างไม่ใส่ใจ ตอนนี้ขอแค่ให้มีอะไรอบอุ่นร่างกายได้ก็พอ

นักร้องหนุ่มเอียงหูฟังเสียงฝนกระหน่ำบนหลังคา ดูท่าทางว่าคงอีกนาน เขาสวมถุงเท้าก่อนยืนขึ้นหมุนตัวเดินไปที่ครัว ปลั๊กกระติกน้ำร้อนถูกเสียบ อิศราเปิดตู้ติดผนังหยิบมาม่าคัพออกมาแกะ ฉีกผงปรุงรสลงในถ้วย ทันใดนั้นเสียงก้องกัมปนาทของฟ้าผ่าดังขึ้น ไฟทั้งบ้านจะดับลงวูบหนึ่งก่อนติดใหม่

“เหี้ย!” อิศราก้มไปยังลิ้นชักล่างสุด หยิบไฟแช็กและเทียนไข 4-5 เล่มออกมา เหมือนไฟฟ้ารู้ทันเขา หลังจากกระพริบสองครั้ง ไฟในบ้านทั้งหลังก็ดับสนิท ชายหนุ่มติดไฟที่เทียน เขาสบถอีกครั้ง เสียงหายใจฟืดฟาดของตนเองดังก้องในบ้านเงียบสงัด ยังดีที่ตอนนี้พึ่งหกโมงเย็น ฟ้าข้างนอกยังมีแสงสลัวอยู่บ้าง  “แล้วจะกินอะไรวะเนี่ย” เขาจำใจถอดปลั๊กกระติกน้ำร้อนออก เสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาแรงขึ้นคล้ายตอกย้ำความชีช้ำของเขา

อิศรากลับมานั่งแกร่วที่โซฟาอีกครั้งกับเทียน 2 เล่มบนโต๊ะและที่หน้าทีวี เขาเอนกายลงนอน คว้าเอาหมอนอิงมากอดอย่างเหนื่อยอ่อน วันนี้ดูเหมือนพระเจ้าจะลงโทษเขาหนักไปหน่อย มือถือก็เล่นเกมแบตหมดไปตั้งแต่บ่ายแล้ว ก่อนที่เขาจะเผลอหลับในสวนแล้วสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะฝนตกนั่นแหละ ชายหนุ่มนอนกอดหมอนนิ่ง เสียงท้องร้องดังโครกครากดังแทรกเสียงฝนขึ้นมา เขาได้แต่ลูบหน้าท้องป้อยๆ

ไม่ทันที่เขาจะได้นึกอะไรต่อ เสียงเคาะประตูหน้าบ้านอย่างแรงแทรกเสียงฝนดังขึ้น คล้ายๆว่าอิศราได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายคุ้นหู

“-แม่ง, –-ม, ไอ้ทอม! เปิดประตูหน่อยโว้ย”

ชายหนุ่มเด้งตัวลุกจากโซฟาตรงรี่ไปที่ประตู แต่ไม่วายคว้าหมอนอิงไปด้วย แน่ล่ะตอนนี้เขาแถบจะเปลือยกายอยู่รอมร่อ

ทันทีที่ประตูถูกแง้มเปิด แรงดันจากภายนอกก็แทรกผ่านเขาเข้ามาในบ้านพร้อมกับเสียงโวยดังลั่น ไอฝนจากด้านนอกปลิวมาต้องกายจนเขาสะท้าน ชายหนุ่มรีบปิดประตูทันที

“ไอ้ชิ-หาย ฝนดันมาตกตอนกลับบ้านพอดี!” ชายร่างเล็กเอ่ยอย่างโมโหให้ลมฟ้าอากาศ เขาจอดรถไว้หน้ารั้วเพราะไอ้เจ้าของบ้านตัวดีที่เรียกเท่าไรก็ไม่ยอมออกมา จึงต้องหอบของพะรุงพะรังฝ่าสายฝนเย็นเฉียบมาเคาะประตูถึงที่ เขาทิ้งสัมภาระลงพื้นอย่างถือวิสาสะ เปียกก็เรื่องของบ้านมึงละทีนี้ “ขอผ้าขนหนูหน่อ— แต่งตัวอะไรของมึงเนี่ยทอม!?”

คนที่แทบจะเปลือยกระพริบตาปริบๆ ก่อนยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ “อากาศเย็นดีอะพี่ เลยอยู่แบบชิวๆไง”

“ตอแหล”

“นี่ทอมไงงง ทำไมไม่อ่อนโยน”

คนฟังพ่นลมออกจากจมูก “ขอผ้าขนหนูหน่อยหัวเปียก เดี๋ยวเป็นไข้ ไปร้องเพลงไม่ได้”

“ไม่มี”

ชายผู้มาใหม่เลิกคิ้วเมื่อเห็นเจ้าของบ้านเดินมานั่งแหมะบนโซฟากอดหมอนลายสนูปปี้นิ่ง เขากำลังจะเอ่ยปากหาเรื่องแต่เหลือบไปเห็นเสื้อผ้าเปียกของไอ้ทอมถูกกองไว้อย่างไร้เยื่อใยบนพรมเช็ดเท้า

“มึงเก็บผ้าไม่ทันอีกแล้วหรออ้วน” คนเอ่ยถามติดยิ้มขำ นั่นแหละจิรากรจึงเห็นใบหน้ากระเง้ากระงอดของอิศรา

“ก็ฝนมันตกอะ แล้วมันเร็วไง วิ่งเก็บไม่ทัน ผ้าห่มด้วย หมดแล้ว ไม่มีไรเหลือเลย มีแต่ถุงเท้า” คนประสบภัยธรรมชาติเอนหลังกับโซฟาแล้วบ่นเสียงอ่อน “ไฟก็ดับอีก เจริญพรมาก”

คนอายุมากกว่าหลุดหัวเราะ “สภาพมึงอนาถมาก กูก็นึกว่าไลฟ์สไตล์ใหม่ ใส่บ็อกเซอร์ลายสตอร์เบอรี่กับถุงเท้านักบอลสีเหลืองถือหมอนลายสนูปปี้งี้”

คนน้องขว้างหมอนในมือใส่จิรากร “มันเหลือแค่นี้ว้อย!”

“อย่างจี้อ่ะ” เขาหัวเราะร่วน หันไปหยิบถุงที่อุตส่าห์หอบหิ้วมาวางบนโต๊ะ สบตากับอิศราก่อนยิ้มกว้าง “เอ้า ถุงยังชีพครับ”

อีกฝ่ายตาเป็นประกายก่อนค้นถุงของกินบนโต๊ะ นักร้องรุ่นพี่หยิบเทียนเล่มหนึ่งเดินเข้าครัว เขาลอบยิ้มให้ตนเอง ไอ้ทอมก็คือไอ้ทอมวันยังค่ำ วันนี้เขาตั้งใจจะกลับบ้านช้า แต่ฟังข่าวทางวิทยุว่ามีหม้อแปลงระเบิดแถวย่านที่อิศราอยู่ เขาก็รู้ว่าไอ้ลูกแมวมันคงต้องอยู่แบบอดอยากอีกไป 1 คืน เพียงแค่นั้นชายหนุ่มก็หักพวงมาลัยแวะย่านตลาด หอบหิ้วของกินมากมายมาให้

จิรากรเดินกลับออกมาพร้อมภาชนะหลายใบ อิศรายื่นมือมารับด้วยใบหน้าสดใส “ขอบคุณฮะพี่เอ๊ะ”

“เออ” เขาเกาหัวแก้เก้อ แก้มรู้สึกร้อนๆ

ไม่ทันที่อิศราจะหยิบของกินเข้าปาก เขาก็ยื่นมาฟาดหลังมือขาวดังเพียะ

“เดี๋ยวๆ หมูสะเต๊ะของกูค่ะ อย่ายุ่งค่ะ”

“งกว่ะ”

“คนที่มึงบอกงก ซื้อของมาให้มึงกินหมดหลายร้อยบาทนะคะ เอ๊ะตบปากนะคะ”

อิศราหัวเราะคิก แลบลิ้นเผล่ ก่อนฉกหมูสะเต๊ะมากินจนได้ เขารู้ดีว่าพี่เอ๊ะใจดีกับเขาตลอด พูดง่ายๆคือ อยากได้อะไรให้อ้อนเอา

“เวร” คนถูกแย่งรีบยื้อไม้หมูคาปาก แต่ไม่เร็วเท่าอิศราฉายารถดูดฝุ่น สรรพสิ่งที่เข้าปากล้วนหายไปอย่างลึกลับ เขาจึงเห็นหมูถูกรูดเข้าปากไปเคี้ยวตุ้ยอย่างน่าเอ็นดู คนเอาชนะได้จึงยักคิ้วใส่อย่างได้ใจ

“ว่อออออ”

เอ๊ะเม้มปากอย่างหาเรื่อง “เอาหมูกูคืนมา”

อิศราคว่ำปากใส่อย่างจงใจกวนบาทา “หมูอะไรไม่รู้เรื่อง”

จิรากรพยักหน้าหลายครั้งช้าๆ เขาถือว่านั่นเป็นสารท้ารบ โอเค เดี๋ยวได้ลู้เหลื่องแน่

ฝ่ายคนอายุอ่อนเมื่อเห็นคนพี่นิ่งไปก็ได้ใจ มือซ้ายหยิบไม้หมูสะเต๊ะ มือขวาหยิบแตงกวา กำลังจะเอาเข้าปาก จิรากรก็โถมตัวใส่เขาแล้วกดจูบหนักๆบนริมฝีปากมันเยิ้ม คนถูกกดได้แต่ส่งเสียงอือ-ออในลำคอ จะผลักออกก็ไม่ได้เพราะมือไม่ว่าง แม่สอนเขาเสมอว่าให้รู้จักคุณค่าของอาหาร อย่ากินทิ้งขว้างเป็นของมีค่า ผู้คนอดอยากมีมากหนักหนา พอ!

จิรากรถอนปากออก ยิ้มอย่างสะใจ “หมูกูอยู่ไหน”

“หมูเหี้ยอะ–” ริมฝีปากหนาประกบลงมาอีกครั้งคราวนี้ ชายหนุ่มดูดเม้มและเลียจนเสียงดังจ๊วบจ๊าบ อิศราขืนแรงพร้อมส่งเสียงประท้วง แต่ไม่นานนักเมื่อมือสากลูบบนแผ่นอกเปล่าเปลือยผ่านยอดอก แรงน้อยนิดของเขาก็เหมือนมลายไป กระทั่งมืออุ่นเลื่อนมาประคองที่ต้นคอ นวดวนเบาๆที่ท้ายทอย เขาจึงยอมเผยอปากให้ชายหนุ่มรุ่นพี่รุกล้ำเข้ามา จิรากรหยอกล้อกับเขาจนครางฮือ กัดปลายลิ้นเขาจนเสียวแปลบ ก่อนจะลงท้ายด้วยการดูดริมฝีปากอิ่มจนเสียงดังน่าอายแล้วถอนออก ทิ้งไว้เพียงเสียงหายใจหอบของคนตัวเล็ก

“เห็นแต่วิญญาณหมูอะ” เขาว่าพลางเช็ดมุมปาก

“หมูเหี้ยไรอี๊ก!! ในมือกูเนี่ย พี่!” อิศรายื่นไม้หมูสะเต๊ะในมือแทบแทงเข้าเบ้าตาของอีกฝ่ายด้วยความโมโห “ผมกินไปแล้ว แม่งลงไปถึงลำไส้เล็กแล้ว ย่อยจนจะออกมาทางตูดแล้ว ไอ้เหี้ยพี่!”

“ไม่เห็นต้องเก้วกาดเลยอ่ะ”

อิศราดิ้นขลุกอยู่ใต้ร่างของด้วยความโมโห สายตามองจิรากรด้วยความงอน ชายหนุ่มอายุมากกว่าจึงยิ้มแล้วจูบหน้าผากมนหนักๆ

“ง้อได้เปล่า”

ทอมเบะปาก “ก็ได้”

“ดีกันนะ”

“เค”

จิรากรหัวเราะ “ทำไมง่ายจังวะ”

อิศราแก้มแดง “ก็รักมึงไงพี่เอ๊ะ”

“อย่าพูดดิ” ชายหนุ่มหน้าร้อน

“ทำไมพูดไม่ได้”

“กูเขิน”

เงียบงันกันไปอึดใจหนึ่ง ก่อนอิศราจะทำลายความเงียบขึ้น “เสื้อพี่เปียก”

“จะให้กูถอดว่างั้น”

ขณะที่นักร้องคนพี่ยันกายยืนขึ้น ดึงเสื้อเปียกชื้นพ้นกาย อิศราก็ลุกขึ้นนั่ง ไม่วายเคี้ยวหมูสะเต๊ะที่ถืออยู่ต่อได้อีก “อำไออ่ะ (ทำไมอะ)”

“ถ้าถอดเสื้อแล้ว มันอยากถอดอย่างอื่นด้วยดิ”

อิศรามองตาแป๋ว “จะถอดก็ถอดดิ พูดยังกับไม่เคยถอดเสื้อผ้านอนด้วยกัน”

คนพี่ถึงกับร้องโหย “ทอม… บางทีเวลามึงพูดตรงๆแบบนี้กูก็เขินนะ”

อิศรายิ้มขำ “ทำไมอ่ะ ก็ชอบคนพูดตรงๆ”

“จริงหรอ”

“จริง”

จิรากรเงียบไปก่อนแก้มขึ้นสี เขาเอ่ยเสียงดัง “ขอมีเพศสัมพันธ์ด้วยหน่อย”

อิศราสำลักหมูไอโขลก ก่อนหัวเราะดังลั่นตัวงอ เขาทำแก้มพองเอ่ยตอบเสียงดังไม่แพ้กัน

“อ่อนโยนหน่อยนะครับคืนนี้ พรุ่งนี้มีงาน”

 

แล้วบทเพลงรักหวานหอมของอิศราก็ดำเนินไปท่ามกลางแสงเทียน ผสานกับเสียงเรียกชื่อจิรากรที่ดังนับครั้งไม่นับแทรกในเสียงฝนที่โหมกระหน่ำ

 

 

 

[End]

 

 

Advertisements

2 thoughts on “[อีกากินทุเรียน] Rainy Night

  1. อย่าว่าแต่พี่เขิน คนอ่านก็เขินโว้ยยยยพี๊ /////////) ฮือออออออ คิดถึงสำนวนภาษาของพี่แตมากๆ อ่านแล้วสบายใจ เหมือนได้กลิ่นดินชื้นๆตอนฝนตกจริงๆ ชอบความแบบ แบบนี้อะ ฮืออ ดีงามมากจริงๆ ขอบคุณที่เขียนออกมาให้ได้อ่านกันนะคะ ❤❤❤❤ เยิ้บๆ

    Liked by 1 person

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s